ในปัจจุบันเรื่องของการเทรดซื้อขายหุ้นนั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของ First Jobber อีกต่อไป ด้วยสังคมและค่าครองชีพที่สูงสวนทางกับรายได้ประจำที่บีบให้เราทุกคนหารายได้ สร้างผลกำไรมากกว่าเพียงทางเดียว “การเทรดลงทุน” มักจะเป็นคำตอบแรกที่กูรูแนะนำกันครับ วันนี้เราจะพาทุกๆ ท่านที่สนใจไปเรียนรู้เกี่ยวกับ “รู้จักแพลตฟอร์มเทรดที่มือโปรเลือกใช้อย่าง MT5” กันครับ
MT5 คืออะไร?
MT5 ย่อมาจาก MetaTrader 5 เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก พัฒนาโดย MetaQuotes Software Corp. โดยเป็นเวอร์ชันที่ต่อยอดและปรับปรุงจาก MetaTrader 4 (MT4) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเทรด Forex
MT5 มีความสามารถที่ครอบคลุมและล้ำหน้ากว่า MT4 ในหลายด้าน
- รองรับการเทรดสินทรัพย์ที่หลากหลาย: นอกจาก Forex แล้ว MT5 ยังรองรับการเทรดสินทรัพย์อื่น ๆ ได้แก่ หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์ (ทองคำ, น้ำมัน), คริปโตเคอร์เรนซี, ดัชนี, พันธบัตร, และกองทุน ETF ผ่านสัญญา CFD (Contract for Difference) ทำให้ผู้เทรดสามารถกระจายพอร์ตการลงทุนได้ง่ายขึ้น
- เครื่องมือวิเคราะห์ที่ทรงพลัง:
- Indicator และเครื่องมือวิเคราะห์กราฟ: มี Indicators และเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคมากกว่า MT4 (MT5 มี 38 Indicators และ 44 Objects กราฟิก ในขณะที่ MT4 มี 30 Indicators และ 31 Objects กราฟิก)
- Timeframes ที่หลากหลาย: MT5 มี Timeframes ให้เลือกถึง 21 แบบ (MT4 มี 9 แบบ) ช่วยให้วิเคราะห์ตลาดได้ละเอียดมากขึ้น
- Depth of Market (DoM): แสดงข้อมูลความลึกของตลาด ทำให้เห็นปริมาณคำสั่งซื้อขายที่ราคาต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น
- Economic Calendar ในตัว: มีปฏิทินเศรษฐกิจในตัวแพลตฟอร์ม ช่วยให้นักเทรดติดตามข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจได้สะดวก
ความแตกต่างระหว่าง MT4 และ MT5
MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5) เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด Forex และ CFD พัฒนาโดย MetaQuotes Software Corp. แม้ว่า MT5 จะเป็นเวอร์ชันที่ใหม่กว่าและได้รับการอัปเกรด โดยสามารถเปรียบเทียบกันเป็นหัวข้อย่อยดังนี้
►ด้านวัตถุประสงค์ของการใช้
– MetaTrader 4 (MT4): ออกแบบมาเพื่อการซื้อขาย Forex (สกุลเงิน) และ CFD เป็นหลัก
– MetaTrader 5 (MT5): ออกแบบมาเพื่อการซื้อขาย หลายตลาด รวมถึง Forex, หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนี, พันธบัตร, คริปโตเคอร์เรนซี (ผ่าน CFD) และฟิวเจอร์ส
►ด้านสินทรัพย์ที่รองรับ
– MetaTrader 4 (MT4): Forex, สินค้าโภคภัณฑ์ (บางส่วน), ดัชนี (บางส่วน)
– MetaTrader 5 (MT5): Forex, หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนี, คริปโตเคอร์เรนซี, ฟิวเจอร์ส, พันธบัตร, และ ETF
►ด้านกรอบเวลาในการเทรด
– MetaTrader 4 (MT4): 9 แบบ (เช่น M1, M5, M15, M30, H1, H4, D1, W1, MN)
– MetaTrader 5 (MT5): 21 แบบ (มีกรอบเวลาย่อยในนาทีและชั่วโมงมากขึ้น เช่น M2, M3, M4, M6, M10, M12, M20, H2, H3, H6, H8, H12) ทำให้วิเคราะห์ได้ละเอียดกว่า
►ระบบการจัดการตำแหน่ง
– MetaTrader 4 (MT4): Hedging System: สามารถเปิดคำสั่ง Long และ Short ในสินทรัพย์เดียวกันพร้อมกันได้ (เช่น ซื้อ EUR/USD และขาย EUR/USD พร้อมกัน)
– MetaTrader 5 (MT5): รองรับทั้ง Hedging System และ Netting System:<br>- Hedging: เหมือน MT4<br>- Netting: จะรวมคำสั่งซื้อขายในสินทรัพย์เดียวกันเข้าเป็นตำแหน่งเดียว (เช่น ซื้อ 1 lot EUR/USD แล้วซื้อเพิ่มอีก 1 lot ก็จะกลายเป็นเปิด Long 2 lots)
►ด้านความนิยมและการรองรับจากโบรกเกอร์
– MetaTrader 4 (MT4): ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในหมู่นักเทรด Forex มีโบรกเกอร์จำนวนมากที่รองรับ และมีชุมชนผู้ใช้งาน, EAs, และ Indicators ของบุคคลที่สามให้เลือกมากมาย
– MetaTrader 5 (MT5): กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะสำหรับโบรกเกอร์ที่ให้บริการสินทรัพย์ที่หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม จำนวน EAs และ Indicators ของบุคคลที่สามอาจยังมีน้อยกว่า MT4 ในบางพื้นที่หรือสำหรับกลยุทธ์บางประเภท
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ “MT5” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในข้างต้น คิดว่าน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กันไม่มากก็น้อยนะครับ
